วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554

กิจกรรมสำหรับวันหยุดที่หมอกฟ้าใสรีสอร์ต

ตั้งแต่เปิดปีใหม่มา งานที่ระดมเข้ามาอย่างไม่ขาดสายทำให้พวกเราต้องทำงานกันอย่างเต็มที่ พอเข้าช่วงเทศกาลเป็นประจำทุกปีที่งานจะเริ่มเบาบางลง และแล้วก็มีวันหยุดกลางสัปดาห์โผล่เข้ามา อย่างเช่นวันนี้ 6 เมษายน 2554 วันจักรี เหล่ามดงานจาก Medical unit ก็วางโปรแกรมไปหากิจกรรมสนุกๆทำรับวันหยุด เป้าหมายที่พวกเขาเลือกไว้ก็คือ หมอกฟ้าใสรีสอร์ต อ.แม่สอด จ.ตาก นี่เอง และเนื่องจากพวกเรามีที่พักอยู่ในแม่สอดอยู่แล้วก็เลยเพียงแค่ไปทำกิจกรรมกัน ไม่ได้ไปพักค้างคืนเล่นรอบกองไฟกัน!!!

เวลานัดหมาย 8.30 น.คณะเดินทางมารวมตัวกันที่สถานีเชื้อเพลิงปตท.แม่สอด หาเสบียงและขนมรองท้องกันไปก่อนออกเดินทาง หมอกฟ้าใสรีสอร์ตตั้งอยู่บนถนนสาย 105 (ตาก-แม่สอด) ระยะทางโดยประมาณจากแม่สอดไปยังหมอกฟ้าใสรีสอร์ต 20 กิโลเมตร ส่วนถ้าขึ้นมาจากจังหวัดตากจะประมาณ 60 กิโลเมตร จุดสังเกตุคือบริเวณทางเข้าจะมีจุดตรวจของตำรวจอยู่ จากถนนใหญ่ขับรถเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร

เมื่อมาถึงเราก็มาดูโปรแกรมของกิจกรรมที่ทางรีสอร์ตมีให้บริการ เริ่มตั้งแต่ ล่องแก่ง โรยตัว กระโดดหอสูง รถ ATV และเรือเจ็ทสกี ทุกกิจกรรมน่าสนใจก็เลยซื้อแพคเกจรวมในราคา 1,500 บาท แล้วก็เริ่มต้นผจญภัยได้

อย่างแรก เราก็ขึ้นรถของทางรีสอร์ตไปยังจุดขึ้นเรือยางเพื่อไปล่องแก่ง (แม่ละเมา) ซึ่งกิจกรรมต่างๆจะอยู่ภายนอกรีสอร์ตไม่รบกวนแขกคนอื่นๆที่พักผ่อนอยู่


วันนี้ที่เรามากันปริมาณน้ำไม่เยอะมาก บรรยากาศในป่าร่มรื่น ทำเอาหลายๆคนตั้งท่าจะหลับกันเลยทีเดียว ล่องแก่งผ่านมาได้สักพัก (ไม่แน่ใจเรื่องเวลาจริงๆ เพราะบรรยากาศสบายๆทำเอาปล่อยตัวปล่อยใจ ลืมเรื่องเวลาไปเลย) ก็มาถึงจุดทำกิจกรรมที่ 2 ได้แก่โรยตัวและกระโดดหอสูง


งานนี้ใครที่กลัวความสูงก็ต้องใช้ความกล้ามากนิดนึง ถึงขนาดเราเองที่อยากเล่น ขอไปเป็นคนแรกยังมีแอบขาสั่นเล็กน้อยตอนจะออกตัว

แต่พอก้าวขาลงไปได้แล้วล่ะก็ถึงเวลามันล่ะ ตอนที่กลัวจังหวะแรกหายไปแล้ว คราวนี้ก็ต้องลองถีบตัวแบบที่เคยเห็นในหนังบ้างล่ะ 555 ทุกคนติดใจกันใหญ่ ขึ้นไปเล่นรอบ 2 กันอย่างว่าง่ายกว่ารอบแรกเยอะเลย





พอเล่นรอบสองกันครบแล้ว เส้นทางที่สั้นที่สุดเพื่อกลับไปยังเรือยางล่องแก่งไปยังจุดต่อไปคือกระโดดหอไป แน่นอนว่าเป็นที่สนุกสนานกันอีกเหมือนเดิม








กลับมาล่องแก่งกันต่อเพื่อไปยังกิจกรรมถัดไป คราวนี้เราเจอกับอุปสรรคเล็กน้อยคือ ต้นไม้ล้มขวางทางน้ำอยู่ ต้องลงจากเรือและข้ามไป ได้เปียกเท้ากันเล็กน้อยให้ได้เย็นชื่นใจ


แล้วเราก็มาถึงบริเวณสำหรับกิจกรรมสุดท้ายคือเจ็ทสกี และ ATV สระน้ำสำหรับให้เล่นเจ็ทสกีเล็กไปนิดนึงคนที่ชอบความเร็วอาจจะเร่งไม่ได้จุใจนัก แต่สนาม ATV ก็ถือว่าใช้ได้ มีอุปสรรคและวิวที่น่าสนใจให้ได้ชม


เสร็จกิจกรรมเพิ่งจะได้ดูเวลาว่าบ่าย 2 โมงแล้ว แต่ละคนถึงได้บ่นหิวกัน ก็เลยนั่งรถของรีสอร์ตกลับไปที่รีสอร์ตแทนการล่องแก่ง เพราะจริงๆแล้วสามารถล่องแก่งจนกลับไปถึงรีสอร์ตได้เลย หลังจากล้างหน้าล้างตา ดื่มน้ำ และพักเหนื่อยกันพอสมควร พวกเราก็เดินทางกลับแม่สอดเพื่อไปรับประทานอาหารกลางวันกันที่ร้าน 9&9 Coffee House ทริปวันนี้ก็จบลงด้วยความอิ่ม และ ง่วงของทุกๆคน

ข้อมูลหมอกฟ้าใสรีสอร์ต ที่อยู่ 381 หมู่ 1 ต.พะวอ อ.แม่สอด จ.ตาก 63110
โทรศัพท์ 0-5557-7682-4, 08-1045-7516
เว็บไซต์ www.mokfahsai.com

*บรรยากาศของรีสอร์ตและห้องพักเนื่องจากเราไม่ได้เข้าไปดูก็เลยไม่ได้ถ่ายภาพมาให้ดูกันนะครับ แต่รู้สึกจะมีของคุณ OoYoYoO ลองเข้าไปดูในเพจของเค้าแล้วกันนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2554

ช่วยงานวิจัย

สมัยเรียนประถมศึกษา วิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต (สปช.)ในสมัยนั้นทำหลักสูตรให้น่าสนใจมาก โดยเฉพาะการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เรากับเพื่อนเตรียมการทดลองและทำการทดลองที่เข้าใจง่ายบ้าง ทำไปทั้งๆที่คาดผลลัพท์ได้ล่วงหน้าแล้วบ้าง แต่ก็สนุกสนานและทำให้เกิดความรู้สึกอยากเรียนรู้วิทยาศาสตร์มากขึ้น จินตนการว่าโตขึ้นจะเป็นนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องอย่างดร. เอ็มเม็ตต์ บราวน์ในภาพยนตร์เรื่องเจาะเวลาหาอดีต (Back to the future ปี 1985 แสดงโดยคริสโตเฟอร์ ลอยด์) เมื่อเรียนสูงขึ้นก็พบว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมาะกับการทดลองและงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ในขณะที่นักวิจัยเองก็ได้พบกับปัญหาเมื่อการค้นพบสิ่งใหม่ๆ สมมติฐานและแบบจำลองต้องใช้การคำนวณที่ยาวนานเกินกว่าช่วงอายุของมนุษย์ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตจึงได้เข้ามามีส่วนช่วยในการคำนวณสิ่งเหล่านั้นแทนมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันมีคอมพิวเตอร์มากกว่าพันล้านเครื่อง ถ้าใช้ทรัพยากรการคำนวณอันมหาศาลเหล่านี้จะสามารถย่นระยะเวลาในการทำงานวิจัยลงไปได้อย่างมาก

ถึงตอนนี้แม้เราจะไม่ได้จบด้านวิทยาศาสตร์สาขาใดๆมาก็ตาม เราก็สามารถมีส่วนร่วมในงานวิจัยที่จะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้กับโปรแกรม Berkeley Open Infrastructure for Network Computing (BOINC) ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ในขณะที่พวกเราเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานทั่วๆไปเช่นเขียนรายงาน ท่องเวบ หรือแม้แต่ดูภาพยนตร์จากดีวีดี คอมพิวเตอร์ของพวกเราจะไม่ได้ใช้ความสามารถของมันเต็ม 100% สามารถเปิดดูได้จาก Task Manager ถ้าคุณใช้ Windows เพียงกด Ctrl + Alt + Del แล้วเลือก Task Manager (แตกต่างกันไปใน Windows แต่ละรุ่น และไม่แนะนำให้กดถ้าคุณยังใช้ MS-DOS อยู่ 555) โปรแกรม BOINC จะใช้ทรัพยากรที่เหลือของคอมพิวเตอร์ในการคำนวณงานวิจัยต่างๆที่คุณสามารถเลือกได้เองว่าจะวิจัยด้านใดตามความสนใจของคุณ และคุณจะได้รับเครดิตจากการคำนวณโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ


Task Manager จะเห็นว่าจากการใช้งานคอมพิวเตอร์โดยทั่วไป จะมีการใช้ CPU ต่ำมากๆ


ในตอนแรกการอาสาสมัครเพื่อการคำนวณ (Volunteer Computing) มีเพียงโปรเจคเดียวคือ SETI@Home (Search for Extra-Terrestrial Intelligence at home) ซึ่งเป็นโครงการที่วิเคราะห์คลื่นวิทยุเพื่อค้นหาการส่งสัญญาณจากอารยธรรมที่มีปัญญานอกโลก แต่ก็ได้มีการโกงการส่งผลการคำนวณกันขึ้น BOINC จึงถูกพัฒนามาเพื่อป้องการการโกงเครดิตของโปรเจคและเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยให้กับโปรเจค ในปัจจุบันมีโปรเจคที่ร่วมกับโปรแกรม BOINC มากกว่า 30 โปรเจค ตั้งแต่งานวิจัยทางการแพทย์ เคมี การวิจัยสภาพอากาศ ไปจนถึงเกมหมากรุก!


โปรเจคที่น่าสนใจที่อยากแนะนำมีอยู่ 3 โครงการได้แก่
  1. Rosetta@Home ของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เป็นงานวิจัยโครงสร้าง 3 มิติของโปรตีนเพื่อหาทางรักษาโรคของมนุษย์
  2. World community grid ของ IBM โปรเจคนี้จะรวมงานวิจัยย่อยๆไว้อีกหลายโครงการเช่น การค้นหายาแก้ไข้เลือดออก การรักษามะเร็งในเด็ก รวมถึงการวิจัยพลังงานสะอาด โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะให้คอมพิวเตอร์ของเราวิจัยงานใดบ้าง 
  3. Climate Prediction ของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ที่คำนวณแบบจำลองสภาพอากาศของโลกในอีก 100 ปีข้างหน้า

Climate Prediction application

การติดตั้งโปรแกรม BOINC ก็ไม่ได้ซับซ้อนวุ่นวายเลยเพียงแค่ดาวน์โหลดตัวติดตั้งจากเวบไซต์ BOINC  แล้วทำการติดตั้งโดยเราสามารถเลือกให้ BOINC เป็น Screensaver ได้ด้วย โปรแกรม BOINC ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตตลอดเวลาเพราะเมื่อรับข้อมูลมาทำการวิเคราะห์และส่งผลการคำนวณแล้ว BOINC ก็ไม่ได้ใช้ช่องสัญญาณเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเลย ตัวโปรแกรม BOINC นั้นยังถูกพัฒนาไปจนสามารถดึงเอาพลังการคำนวณจาก Graphics Processing Unit (GPU) มาใช้ได้แล้วแต่การ์ดจอของคุณต้องเป็นรุ่นใหม่ที่รองรับความสามารถด้านนี้ด้วย (CUDA) ซึ่งการคำนวณจะเร็วกว่าการคำนวณโดย CPU เพียงอย่างเดียวตั้งแต่ 2 - 10 เท่า โดยปกติแล้ว BOINC จะทำงานโดยไม่รบกวนการใช้ CPU ปกติของเรา แต่มีข้อแนะนำอยู่สามเรื่อง คือ 
  • ถ้าจะเล่นเกมส์ที่ใช้ความสามารถของเครื่องหนักเช่นเกมส์ 3 มิติแล้วละก็ควรปิด BOINC ก่อนเล่นเกมส์ 
  • ข้อมูลของโปรเจค Climate Prediction ไฟล์จะใหญ่มากเนื่องจากเป็นโมเดลของสภาพอากาศทั้งโลก (ประมาณ 500 MB เทียบกับโครงการอื่นที่ประมาณ 20 - 100 MB)
  • การใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น เพราะเมื่อ CPU ทำงานมากขึ้น จะมีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้นซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานต่างกับขณะที่ไม่ได้ใช้งาน
Computer state (24 hrs/day)Typical power usageEnergy per monthCost per month (USA)Cost per month (Europe)
Off0 watts0 kWh$0€0
Idle100 watts73 kWh$5.84€14,60
Active150 watts110 kWh$8.80€22,00

ที่มา http://boinc.berkeley.edu/wiki/Heat_and_energy_considerations

ประเทศที่ีมีผู้เข้าร่วมโครงการและส่งผลการคำนวณมากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา ครองอันดับ 1 ในทุกโครงการ ในส่วนของประเทศไทยเองมีผู้เข้าร่วมและส่งผลการคำนวณอยู่ในอันดับที่ 52 จำนวนสมาชิก 295 คนจาก Rosetta อันดับที่ 47 จำนวนสมาชิก 684 คนจาก World Community Grid และอันดับที่ 51 จำนวนสมาชิก 303 คนจาก Climate Prediction

ถ้าคุณยังใข้คอมพิวเตอร์ของคุณไม่เต็มความสามารถที่มันมีแล้ว ลองสมัครเข้าร่วมโครงการกับ BOINC ดูเพื่อมีส่วนร่วมในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ไม่แน่ว่าคอมพิวเตอร์ของคุณอาจเป็นเครื่องที่ช่วยให้ค้นพบอารยธรรมต่างดาว หรือ ยารักษาโรคที่ปัจจุบันยังไม่มีก็ได้

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554

กำจัดแมลงสาบ

วันนี้หลังจากเคลียร์งานเสร็จ ก็คิดได้ว่าควรจะจัดการเจ้าพวกแมลงสาบที่เข้าไปทำรังอย่างสบายใจในมุมอับของตู้เก็บเอกสารซะที เลยไปเรียกพี่แม่บ้านให้มาพร้อมอาวุธครบมือ ได้แก่ ไม้กวาด ที่ตักผง ผ้าขี้ริ้ว และ ยาฉีดฆ่าแมลง ให้พี่แม่บ้านเป็นแนวหน้า (สุภาพบุรุษสุดๆ) ส่วนเราเป็นแนวหลังคอยจัดการพวกที่หนีรอดจากแนวหน้ามาได้ด้วยอาวุธประจำเท้า เริ่มปฏิบัติการได้....

พอยกตู้ขึ้นทำให้เห็นบริเวณชุมนุมของกลุ่มแมลงสาบได้ชัดเจน แต่เนื่องด้วยความเร็วในการหลบซ่อนทำให้นับจำนวนด้วยตาเปล่าได้แค่คร่าวๆ สิบกว่าตัว พริบตาเดียวพวกมันก็หนีไปหลบตามซอกตามหลืบต่างๆ พี่แม่บ้านใช้ยาฉีดฆ่าแมลงลุยเข้าไปก่อนแล้วตามด้วยไม้กวาด กวาดพวกมันออกมา ส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาพหงายท้องเต้นบีบอย มีหลุดมาแถวสองให้ได้ยกเท้าวางใส่สามตัว และ มีแอบอยู่ในเพดานตู้ที่ยกออกอีก 3 ตัว สรุปแล้วที่จัดการรวบตัวได้วันนี้มีทั้งหมดอยู่ในที่ตักผง 12 ตัวครบโหลพอดี

หลังจากกลับมาถึงบ้าน ด้วยความรู้สึกว่าแบบนี้เดี๋ยวมันจะกลับมาใหม่แล้วเราต้องจัดชุดปฏิบัติการแบบนี้กันทุกๆเดือนหรือเปล่านะ และเคยได้ยินว่าพวกแมลงจะเริ่มปรับตัวทนต่อยาฆ่าแมลงได้ เราจะมีวิธีป้องกันไม่ให้พวกมันกลับมาอาศัยอยู่มั้ย หรือมีวิธีที่จะจัดการแบบปลอดสารพิษบ้างหรือเปล่า เอาล่ะ อากู๋ครับ ช่วยผมหน่อย "การกำจัดแมลงสาบ"

ผลลัพธ์แรกที่ Google ให้มา เป็นกระทู้ในเวบบอร์ด dek-d.com เน้นไปที่การดักจับนะครับ อ่านดูรู้สึกว่าหาวัสดุมาทำได้ง่ายๆ

********
วิธีการกำจัดแมงสาบแบบบ้าน ๆ (เน้นประหยัดและง่าย)

ส่วนประกอบ

  1. ขวด เฮลบลูบอยที่หมดแล้ว 1 - 2 ขวด
  2. น้ำมันหมู

วิธีทำ

  1. เทน้ำมันหมูลงในขวด เฮลบลูบอย แล้วก็เคล้ากะให้น้ำมันหมูเกาะทั่วขวด
  2. เอาน้ำมันหมูป้ายขอบในคอขวด กะให้กำลังลื่นพองาม
  3. เอาไปตั้งไว้กลางห้องครัว หรือ แหล่งชุมนุม แมงสาบ (เฉพาะจุดที่พบบ่อยๆ)
  4. ทิ้งเอาไว้ ประมาณ 8 ชม. แนะนำ >>ตั้ง<< ไว้ก่อนนอน
  5. ตื่นมาตอนเช้าอย่าตกใจ แมงสาบจะยัวะเยียะ ไปทั้งขวด แต่ออกมาไม่ได้ เด็กและสตรีที่กลัวแมลงสาบ ไม่ควรทำ เพราะอาจจะตกใจตายได้
  6. เอาฝาเฮลบลูบอยปิดไว้ แล้วฝากให้รถขยะพาแมงสาบไปเที่ยว


วิธีกำจัดแมลงสาบ แบบอื่นๆ

  • แมลงสาบมักชอบอยู่ในมุมอับ ผลิตลูกหลานออกมาอย่างมากมาย วิธีกำจัดง่าย ๆ ก็คือ เอาน้ำตาลเคี่ยวกับน้ำให้มีกลิ่นหอมแล้วนำไปใส่ในกะละมังหรือภาชนะที่มีความลื่น เพราะเมื่อแมลงสาบได้กลิ่น มันจะลงไปกินแต่ไม่สามารถไต่ขึ้นมาได้ วิธีนี้ก็จะช่วยลดพลเมืองแมลงสาบได้มาก และถ้ากันมดและแมลงสาบเข้าไปในตู้เสื้อผ้า หรือ ตู้หนังสือ โดยใช้ก้านพลูและพริกไทยเม็ดบรรจุใส่ถุงผ้าเล็ก ๆ แล้วนำไปไว้ตามซอกของตู้เสื้อผ้า หรือ ตู้หนังสือ 
  • นำขวดแก้วที่มีปากค่อนข้างกว้างใส่น้ำแกงจืดหรือน้ำต้มยำที่เหลือจากการรับประทานอาหาร (ใส่ประมาณครึ่งขวด) แล้วนำไปวางไว้บริเวณซอกหรือมุมห้องภายในบ้าน โดยวางให้ชิดติดกับผนังเพื่อล่อให้แมลงสาบที่ไต่ตามฝาผนังลงมากินน้ำแกงในขวด ทำให้ไม่สามารถปีนกลับขึ้นมาได้
  • ใช้เหยื่อล่อแมลงสาบสำเร็จรูป ซึ่งบรรจุอยู่ในตลับที่มีช่องว่างเพื่อให้แมลงสาบมุดหัวเข้าไปกินเหยื่อแล้วออกมาตายภายนอก (ไม่ตายค้างอยู่ด้านในตลับ) โดยนำไปวางไว้ในบริเวณที่มีแมลงสาบชอบเดินผ่าน อาทิ ตามซอกมุมอับต่างๆ หรือวางไว้ใกล้ท่อระบายน้ำทิ้ง เพื่อดักแมลงสาบที่ออกมาหากินยามค่ำคืน
  • ใช้บ้านแมลงสาบ ซึ่งเป็นกาวดักแมลงสาบที่ไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยง มีประสิทธิภาพในการดักจับแมลงสาบได้ดี ใช้ง่ายเพียงแค่แกะกล่องกระดาษแล้วนำแผ่นเหยื่อไปวางไว้ตรงกลางแผ่นกาวและพับเป็นรูปบ้าน นำไปวางไว้ตามห้องหรือซอกมุมที่มีแมลงสาบรบกวน เมื่อมีแมลงสาบมาติดจนเต็ม ให้พับบ้านแมลงสาบเข้าทุกด้าน แล้วนำไปทิ้งลงถังขยะ บ้านแมลงสาบมีอายุการใช้งานนานประมาณ 3-4 สัปดาห์ 
  • เอาปูนซีเมนต์ มาผสมกับอะไรหอมๆ น่ากิน เช่น นมผง โอวัลติน หรือถั่วบด ใส่ถาดวางใว้ในที่ที่แมลงสาบชอบเดินผ่าน แล้วก็เอาขันใส่น้ำวางไว้ข้างๆ เมื่อแมลงสาบได้ลิ้มรส อาหารผสมปูนซีเมนต์ และจิบน้ำเข้าไป ปูนซีเมนต์เมื่อผสมกับน้ำก็จะแข็งตัวในท้องของมัน 


http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1181425

********
ส่วนผลลัพธ์ถัดมาก็ดูน่าสนใจเช่นกัน
********

สารกำจัดแมลงสาบที่นักเรียนโรงเรียนสมเด็จประชานุเคราะห์ อำเภอสมเด็จ จังหวัด กาฬสินธุ์ค้นพบและสามารถกำจัดแมลงสาบให้กลับไปตายที่รังได้สำเร็จ

มีส่วนประกอบสำคัญคือ ปูนซีเมนต์ผง ผงแป้งข้าวจ้าว และผงโอวัลติน

ซึ่งเมื่อนำผง 3 ชนิดมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันมากที่สุดแล้วนำไปวางไว้ในที่ที่มีแมลงสาบซุกชุม
พร้อมนำน้ำ ไปวางใกล้ๆแมลงสาบจะมากินสารกำจัดแมลงสาบและน้ำแล้วจะกลับไปตายที่รังของมัน
ซึ่งเป็นวิธีการกำจัดแมลงสาบที่ไม่มีพิษตกค้าง และเป็นอันตรายต่อมนุษย์เหมือน กับการกำจัดแมลงสาบโดยวิธีการใช้สารเคมีฉีดพ่น

เด็กหญิงเจนจิรา โพนยงค์ นักเรียนชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนสมเด็จ
ประชานุเคราะห์หนึ่งในผู้คิดค้นสารกำจัดแมลงสาบกล่าวว่า ส่วนประกอบของสารกำจัด
แมลงสาบที่นำผสมกันจะมีคุณสมบัติและทำหน้าที่แตกต่างกันไป คือ


  • โอวัลตินจะเป็นสารที่ล่อให้แมลงสาบมากินสารกำจัดแมลงสาบ 
  • แป้งข้าวจ้าวจะทำให้แมงสาบหิวน้ำเมื่อกินเข้าไป 
  • ส่วนปูนซีเมนต์จะทำให้แมงสาบแน่นท้องและตายเมื่อกินสารกำจัดแมลงสาบและน้ำเข้าไป 


ทุกคนทุกบ้านสามารถผลิตสารกำจัดแมลงสาบแบบง่ายๆนี้และนำไปใช้ได้เองอย่างปลอดภัย
ไม่มีสารตกค้าง ให้เป็นอันตรายกับชีวิต

ต้องขอชื่นชมเด็กไทย หัวใส มีสติปัญญาไม่แพ้ประเทศไหนในโลกใบนี้เหมือนกัน

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=silver-mini&month=08-10-2008&group=1&gblog=9

*******
อ่านเสร็จแล้วรู้สึกว่า เข้าท่าแหะ เมนูกินปูนร้อนท้องเนี่ย แต่เอะ เราข้ามอะไรไปหรือเปล่า จริงๆแล้วเรารู้จักเจ้าแมลงสาบนี้ดีหรือยัง

ปกติมันใช้ชีวิตยังไงนะ งานนี้ก็ต้องถามท่านวิกี้แล้วล่ะ ... (http://en.wikipedia.org/wiki/Cockroach) ... เอิ่ม! ภาษาอังกฤษเยอะมาก เริ่มขี้เกียจอ่านล่ะ แหะๆๆ ตัดตรงที่รู้สึกว่าโดนใจมานิดนึงแล้วกันนะ น้าวิกี้บอกว่าแมลงสาบเนี่ย เป็นพวกอึด (Hardiness) สามารถมีชีวิตรอดได้เป็นเดือนโดยไม่มีอาหาร ขาดอากาศได้มากถึง 45 นาที และสามารถฟื้นตัวจากการจมน้ำนานถึง 30 นาทีได้อีกด้วย ใครอย่าไปคิดแข่งกลั้นหายใจกับมันละ นอกจากนั้นแล้วแมลงสาบยังไม่ต้องกลัวเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์จะระเบิด หรือการรั่วไหลของสารกัมตรังสีเพราะพวกมันสามารถทนต่อรังสีได้สูงกว่ามนุษย์ประมาณ 6 - 15 เท่าเลยทีเดียว เหอะๆๆ สุดยอดมั้ยล่ะ

น้าวิกี้บอกวิธีกำจัดด้วยนะ น้าแกบอกว่าให้ใช้ดินเบา (Diatomaceous earth) โรยไว้ แต่ว่ามันคืออะไรล่ะดินเบา เราไม่รู้จัก อากู๋ช่วยด้วย... อากู๋พาไปที่เวบไซต์ของศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (PHTIC) โดย อ.ดร.เยาวลักษณ์ จันทร์บาง ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อธิบายดินเบาไว้ว่า "เป็นสารที่ได้จากการสะสมของสิ่งมีชีวิตเซลเดียวเรียกว่า diatom ที่ตายทับถมกันอยู่ชั้นดินในแหล่งน้ำจืดและน้ำทะเลนับล้านปี ในโครงสร้างของ diatom ที่เหลืออยู่จะมีส่วนประกอบของ ซิลิกาเป็นจำนวนมาก ดินเบาที่ถูกขุดนำมาใช้สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่นอุตสาหกรรมการกรอง เป็นวัสดุดูดซับของเสีย และเป็นส่วนผสมของอิฐเบา นำมาใช้ในขบวนการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และสามารถนำมาใช้เป็นสารกำจัดแมลงได้ด้วย (Subramanyam and Roesli, 2000; กรมวิชาการเกษตร, 2007)"

ส่วนดินเบาฆ่าแมลงได้อย่างไรนั้น อาจารย์บอกต่อว่า " ดินเบาดูดซับไขมันที่ผนังลำตัวชั้นนอกของแมลงทำให้แมลงมีการสูญเสียน้ำ และผลพลอยได้จากการที่ดินเบาอาจขีดข่วนมีผลทำให้แมลงสูญเสียน้ำเช่นกันแต่นับว่าเป็นปัจจัยที่รองลงมา จากสาเหตุที่ทำให้แมลงสูญเสียน้ำดังกล่าวและเนื่องจากแมลงเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กหากมีการสูญเสียน้ำเพียงเล็กน้อย ก็มีผลรุนแรงทำให้แมลงตายได้ (Subramanyam and Roesli, 2000)"

เข้าท่าแหะ ไม่เป็นพิษต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยงด้วย แต่จะไปหาดินเบาได้จากที่ไหนล่ะ จะมีขายตามร้านสินค้าเกษตรมั้ยนะ เอาไว้ก่อนละกัน มาดูวิธีถัดไปที่น้าวิกี้แนะนำดีกว่า ... ใช้ตัวต่อ! (Wasp) ตระกูล Ampulex ซึ่งเป็นศัตรูตามธรรมชาติของแมลงสาบ วิธีการที่เจ้าตัวต่อนี้ล่าแมลงสาบก็จัดอยู่ในแนวหนัง Thriller ผสม Action ได้เลย ตัวต่อจะต่อยแมลงสาบสองครั้ง ครั้งแรกจะทำให้แมลงสาบเคลื่อนไหวไม่ได้ไป 2-5 นาที จากนั้นก็จะต่อยครั้งที่สองไปที่สมองของแมลงสาบที่ควบคุมปฏิกิริยาการหนีและอื่นๆ พอแมลงสาบฟื้นตัวจากเข็มแรกแล้ว มันก็จะไม่พยายามหนีและจะถูกตัวต่อพาไปที่รังและวางไข่ไว้บนตัวของแมลงสาบทั้งเป็น! ขนลุกมั้ย วิธีนี้คงจะไม่ไหว ให้ตัวต่อมาบินเล่นอยู่ในสำนักงานคงไม่มีใครเห็นด้วยแน่ๆ

เอาล่ะ พอจะได้วิธีกำจัดโดยไม่ต้องใช้สารเคมีที่เป็นพิษแล้ว ก็เลือกเอาแล้วกันว่าจะสะดวกแบบไหน กับดักแบบขวดเองน้าวิกี้ก็แนะนำเหมือนกันนะ เรียกว่า "Vegas roach trap" แต่เห็นว่าได้ผลดีกับแมลงสาบพันธ์อเมริกันมากกว่าสายพันธ์เยอรมัน อ้าว ทำให้มีคำถามอีก แล้วแมลงสาบในประเทศไทยนี่มันสายพันธ์อะไรล่ะ น้าวิกี้ไทยบอกว่าที่พบในไทยส่วนใหญ่จะเป็นพันธ์อเมริกัน และ ออสเตรเลีย พันธ์หลังนี้สะดุดกับคำว่า"บินได้เก่ง!!!" (http://th.wikipedia.org/wiki/แมลงสาบ)

ขอไม่ลงรูปประกอบใดๆเลยแล้วกันนะ แค่นึกถึงภาพที่เห็น 10 กว่าตัวที่วิ่งกันพล่านนั้นก็ ขนลุกแล้วล่ะ แล้วอาทิตย์หน้าจะได้จัดชุดปฏิบัติการ เตรียมกับดักไปจัดการกับแมลงสาบพวกนี้ แบบไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงให้เป็นพิษเป็นภัยกับคนรอบข้างซะที